IoT vs SCADA vs MES ต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้ระบบไหนดี
IoT vs SCADA vs MES ต่างกันอย่างไร?
ในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนากระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้งานระบบปฏิบัติการที่สามารถตอบโจทย์การทำงานของธุรกิจได้ คือส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพสินค้า โดยปัจจุบัน ระบบการทำงานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมี 3 ส่วน คือ IoT, SCADA และ MES ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลสินค้า การจัดการวัตถุดิบ การติดตามการผลิต หรือการควบคุมเครื่องจักร
และเพราะระบบปฏิบัติการทั้งสามรูปแบบนี้มีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ IoT, SCADA และ MES จึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเลือกใช้งานระบบที่เหมาะสม และนำสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Internet of Things (IoT) คืออะไร
Internet of Things (IoT) คือระบบเครือข่ายของอุปกรณ์ที่ถูกเชื่อมต่อกันผ่าน อินเทอร์เน็ต มีการใช้งานแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรม สำหรับการส่งต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูล ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ครอบคลุมอุปกรณ์ภายในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือเซนเซอร์ เพื่อให้บุคลากรในโรงงานสามารถทำงานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จุดแข็งการใช้งานเทคโนโลยี IoT
เมื่อกล่าวถึงจุดแข็งสำคัญของการใช้งานเทคโนโลยี IoT แน่นอนว่าคือการทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ในโรงงานเข้าด้วยกัน และทำให้บุคลากรสามารถติดตาม สั่งการ และควบคุมเครื่องจักรได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่ได้อยู่ภายในโรงงาน เช่น การเปิด-ปิดเครื่องจักร การเปลี่ยนแปลงการทำงานเครื่องจักร หรือการค้นหาข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการ

Supervisory Control and Data Acquisition System (SCADA) คืออะไร
Supervisory Control and Data Acquisition System (SCADA) ระบบการควบคุมภายในอุตสาหกรรมการผลิตที่เข้ามามีส่วนช่วยในการเฝ้าติดตามกระบวนการผลิตขนาดใหญ่จากหลายภาคส่วนถึงแม้จะอยู่ในระยะไกลก็ตาม โดยมีหน้าที่หลักเพื่อการแสดงผลข้อมูลวัตถุดิบ การผลิตสินค้าสินค้า และประสิทธิภาพเครื่องจักร (OEE)
จุดเด่นของระบบ SCADA
บุคลากรในโรงงานสามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ SCADA เพื่อการตอบโจทย์การตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์และย้อนหลังได้อย่างสะดวกง่ายดาย ผ่านการเก็บข้อมูลในระบบภายในองค์กรซึ่งแบ่งตามช่วงระยะเวลาต่าง ๆ และมีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตาม และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

Manufacturing Execution System (MES) คืออะไร
Manufacturing Execution System (MES)ซอฟต์แวร์เพื่อกระบวนการผลิตประสิทธิภาพสูง ที่ถูกออกแบบเพื่อการวางแผนทรัพยากรและควบคุมการดำเนินงานในโรงงานอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน ระบบ MES เปรียบเสมือนหัวใจหลักของโรงงานอุตสาหกรรมยุค 4.0 ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง
จุดเด่นการใช้งาน MES System
การติดตั้งระบบ MES system มุ่งเน้นสู่เป้าหมายสำคัญคือ การบริหารจัดการ การเพิ่มประสิทธิภาพ ติดตามและการรายงาน และการลดความซับซ้อนในการกระบวนการผลิต โดยบุคลากรสามารถเลือกใช้งานระบบ MES ในทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล การวางแผนการผลิต การออกใบสั่งผลิต การวัดประสิทธิภาพเครื่องจักร หรือ การติดตามการทำงานของเครื่องจักร
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างระบบ IoT SCADA และ MES
ผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของเทคโนโลยีการผลิต IoT SCADA และ MES เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจใช้งานระบบปฏิบัติการที่เหมาะสม ดังนี้
| ข้อแตกต่าง | IoT | SCADA | MES |
| รูปแบบการทำงาน | ใช้งานระบบผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมการทำงานระยะไกล | การควบคุมและตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรผ่านซอฟต์แวร์ | ระบบที่ช่วยบริหารจัดการและพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิต |
| วัตถุประสงค์หลัก | เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน | ติดตามและควบคุมกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง | การเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสในการผลิต ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด |
| การเชื่อมต่อข้อมูล | เชื่อมต่อข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์หลายประเภท | เชื่อมต่อข้อมูลผ่านเครือข่ายเฉพาะ และเซนเซอร์ | เชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น ERP , PLM หรือ SCADA |
| การวิเคราะห์ข้อมูล | นำข้อมูลมาใช้เพื่อการคาดการณ์และตรวจสอบแบบเรียลไทม์ | วิเคราะห์ข้อมูลผ่านฐานข้อมูลย้อนหลัง ในช่วงเวลาที่ต้องการ | วิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารทรัพยากรอย่างเหมาะสม |
| การควบคุมกระบวนการผลิต | มุ่งเน้นการเชื่อมต่อข้อมูลมากกว่าการควบคุมกระบวนการผลิต | ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรจากศูนย์ควบคุมระยะไกล | มุ่งเน้นการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิต |
| การใช้งานระบบในอุตสาหกรรมการผลิต | เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากระหว่างเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ | เพื่อควบคุมและตรวจสอบเครื่องจักรทั้งรูปแบบเรียลไทม์ และย้อนหลัง | เพื่อติดตามและบริหารจัดการกระบวนการที่มีความซับซ้อน |
| ตัวอย่างการใช้งาน | เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ระบบควบคุมแสงสว่าง และระบบติดตามยานพาหนะ | การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพสินค้า และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน | การวางแผนการผลิต การจัดการคลังสินค้า และการติดตามผลผลิตของพนักงานในโรงงาน |
แนวทางการเลือกใช้งานเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อธุรกิจ
ถึงแม้ว่าการเลือกใช้งานเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อธุรกิจเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้กลายเป็น โรงงานอัจฉริยะ อาจดูเหมือนเป็นความท้าทายใหญ่ที่ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจ แต่ถ้าหากท่านสามารถเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกติดตั้งระบบปฏิบัติการ IoT SCADA และ MES ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถแน่นอน
-
ความต้องการของธุรกิจ ศึกษาเป้าหมายสำคัญในการติดตั้งระบบ เช่น รวบรวมข้อมูลเรียลไทม์ (IoT) ควบคุมกระบวนการผลิตระดับหน่วยงาน (SCADA) หรือบริหารจัดการกระบวนการผลิตทั้งหมด (MES)
-
ขนาดของธุรกิจ ถ้าหากโรงงานของท่านมีขนาดใหญ่ หรือต้องการขยายขนาดโรงงานหรือกำลังผลิตในอนาคต การเลือกใช้ระบบ MES คือตัวเลือกที่สามารถเข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างครอบคลุม
-
ลักษณะของกระบวนการผลิต SCADA คือระบบที่สามารถควบคุมเครื่องจักรหลายจำนวนในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ IoT มีจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อข้อมูลของสินค้า เซ็นเซอร์ เครื่องจักร อุปกรณ์สวมใส่ และอื่นๆ ในขณะระบบปฏิบัติการ MES มุ่งเน้นการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ
-
ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและการลงทุน ระบบปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนอย่าง MES หรือ SCADA จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบ IoT
บทสรุป ยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมของท่านด้วยระบบปฏิบัติการ 4.0
ด้วยการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในทุกช่วงเวลา การใช้เทคโนโลยี IoT, SCADA และ MES เพื่อยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมของท่านสู่ Smart Industry ด้วยกระบวนการผลิตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ย่อมมีส่วนช่วยสำคัญในการลดต้นทุนการผลิต และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ระบบเหล่านี้คือตัวช่วยที่จะทำให้การดำเนินงานในโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ข้อผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำในการผลิตได้ และ ARES เราคือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบปฏิบัติการในโรงงานขนาดกลางและใหญ่ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ
ติดต่อเรา
คุณสามารถติดต่อเราเพื่อดู DEMO ได้ที่ Contact Us
หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง
โทร 0633253640 หรือ 02-6863000 ต่อ 3042
Email: support@aresth.co.th
