[เจาะลึก] Smart Industry คุ้มค่าแค่ไหนในการลงทุนปัจจุบัน

 

Smart Industryคือ

การลงทุนใน Smart Industry คุ้มค่าแค่ไหน ทำไมไม่ว่าจะบริษัทเล็กหรือใหญ่ต่างสนใจ

ความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการผลิตในทศวรรษที่ผ่านมานั้นรวดเร็วและสิ่งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำคือการปรับตัวเพื่อให้สามารถก้าวทันโลก พร้อมจะตอบสนองทุกความต้องการในอนาคตที่จะเกิดขึ้น การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าร่วมกับกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาดังกล่าวนี้เองที่ Smart Industry ได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนกระบวนการผลิตธรรมดาๆ เข้าสู่กระบวนการอัจฉริยะ (Smart) ส่งผลต่อทั้งความถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในระยะยาว ซึ่งได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

Smart Industry คืออะไร ? 

Smart Industry หมายถึง การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานรวมกับระบบอัตโนมัติ ข้อมูลเชิงลึก และการวิเคราะห์ เพื่อพลิกโฉมกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการในทุกๆ อุตสาหกรรม

โดยการประยุกต์ใช้ Smart Industry สามารถใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น ใช้งานเครื่องมือระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อข้อมูลและเครือข่าย (IoT) การใช้งานหุ่นยนต์ การใช้งานซอฟต์แวร์และประมวลผลข้อมูลอย่างละเอียด เช่น การใช้งาน Big Data Analytics ERP MES และ Machine Learning เป็นต้น

ลงทุนใน Smart Industry คุ้มค่าแค่ไหนในปัจจุบัน

การลงทุนใน Smart Industry นั้น เป็นการตัดสินใจที่สำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจ เพราะจะเข้ามาพลิกโฉมการทำงานโดยรวม โดยมีสถิติที่น่าสนใจจากการลงทุน Smart Industry ไว้ดังนี้

อ้างอิงจากเว็บไซต์ด้านการตลาด marketsandmarkets.com พบว่าแนวโน้มการตลาดทั่วโลกที่เกี่ยวกับ Smart Industry และ Smart Manufacturing มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นจาก 108.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2023 เป็น 241 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (8.8 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2028 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ยังเพิ่มมากขึ้นจากทั่วโลก

นอกเหนือจากนั้นยังมีความนิยมในเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่นอัตราการใช้งาน AI ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นทั้งจากในไทยและต่างประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่ล้ำหน้าจนสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่าความคุ้มค่าของ Smart Inudustry ยังคงมีอยู่มาก โดยการใช้งาน Smart Industry ยังก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้
 

ประโยชน์ของ Smart Industry

1. การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ  

ด้วยขั้นตอนและระบบต่าง ๆ ที่ถูกใช้ใน Smart Industry จะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ช่วยให้พนักงานรวมถึงผู้บริหารสามารถแบ่งปันข้อมูล หรือแดชบอร์ดติดตามความคืบหน้างานแบบเรียลไทม์ 


2. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การเติบโตด้านความสามารถของเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงงานต่าง ๆ ในแต่ละอุตสาหกรรม การเริ่มก่อนจึงได้เปรียบ เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยเสริมจุดอ่อน ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทุกด้าน และปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว


3. ไม่จำกัดพื้นที่และเวลา

เทคโนโลยีดิจิทัลใน Smart Industry จะเข้ามาพลิกโฉมการผลิตแบบดั้งเดิม โดยใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์พกพา เช่น  เครื่อง PDA, เครื่องสแกนเนอร์, แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เพื่อเข้าถึงข้อมูลการจัดการการผลิตแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยสถานที่ สภาพแวดล้อมและเวลาอีกต่อไป


4. ลดข้อผิดพลาดจาก Human Errors

เทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาประยุกต์ใช้กับภาคการผลิตทำให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดข้อผิดพลาดจาก Human Errors ได้หลายประการทั้งด้านการตรวจสอบข้อมูล การทำงาน การระบุปัญหา การวัดผล และอื่น ๆ เช่น การใช้ระบบติดตามและตรวจสอบสินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอะไหล่ ช่วยป้องกันข้อผิดพลาดจากการหยิบผิด วางผิด หรือส่งมอบผิด

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนใช้งาน Smart Industry

1. Smart Industry สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยรวมทั้งระยะสั้น กลาง และยาวหรือไม่
2. ประเมินความพร้อมภายในองค์กรหรือโรงงาน เพราะหากคนไม่พร้อมไม่ยอมเปลี่ยน ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านทั้งเครื่องมือ ทรัพยากร บุคลากร และอื่น ๆ
3. มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการลงทุนใน Smart Industry มากน้อยเพียงใด เนื่องจากระบบมีหลายประเภททั้งระบบเล็ก ระบบกลาง ไปจนถึงระบบใหญ่ หรือประเมินการแบ่งเงินลงทุนเป็นเฟส ภายในระยะเวลาเท่าใด
4. ระบุปัญหาที่พบในองค์กรหรือวิธีการทำงาน เพื่อให้ง่ายต่อการหาโซลูชั่นหรือได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ยิ่งระบุปัญหาละเอียดยิ่งดี
5. ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ เช่น แบรนด์ ชื่อเสียง หรือ Success case ที่เกิดขึ้นจริง

หรือหากท่านใดไม่แน่ใจ มีข้อสงสัยต่าง ๆ สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทาง ARES ที่พร้อมยินดีช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ทุกท่านในทุกอุตสาหกรรม

เทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อน Smart Industry

เทคโนโลยี Smart Industry

เพราะเทคโนโลยีเป็นเหมือนเสาหลักของระบบ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตและการดำเนินงานส่วนต่าง ๆ มาดูกันว่าเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อน Smart Industry หลัก ๆ แล้วมีอะไรบ้าง

ระบบ MES หรือ ciMES ของ ARES

ciMESของARES

ระบบ MES (Manufacturing Execution System) หรือเรียกว่า ciMES (Computer Integrated Manufacturing Execution System) ของ ARES เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิต โดย ciMES ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรหรือรับ-ส่งข้อมูลระหว่างการทำงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลและส่งต่อไปยังผู้ควบคุมกระบวนการผลิต ช่วยให้สามารถดูแลและควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดภายในโรงงาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น ข้อมูลใบสั่งซื้อการวางแผนผลิต การคำนวณวัตถุดิบ เก็บข้อมูลและสังเกตการณ์คุณภาพการผลิต เป็นอีกหนึ่งระบบที่ช่วยให้ผู้ผลิตขับเคลื่อนเข้าสู่ Smart Industry เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและช่วยลดต้นทุนระยะยาวอย่างสมบูรณ์แบบ


ระบบ ARGO ERP

ระบบ ARGO ERP

ระบบ ARGO ERP เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านการผลิต  งานขายและการตลาด การจัดการสินค้าคลัง การจัดการโครงสร้างองค์กร ยังช่วยลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อนในภาคบริหารจัดการ โดยการรวบรวมข้อมูลจากทุกส่วนของธุรกิจเข้าด้วยกัน ตอบโจทย์รายละเอียดยิบยอยของการผลิตอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลการทำงานได้อย่างชัดเจนและ Real-Time ผ่านเว็บเบราวเซอร์หรือโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้มากขึ้น

IoT (Internet of Things)

IoT (Internet of Things)

IoT (Internet of Things) เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน Smart Industry เทคโนโลยีที่ช่วยให้เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและรับส่งข้อมูลได้ ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น การติดตามสถานะของเครื่องจักร การตรวจวัดค่าเซนเซอร์ การค้นหาข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

Big Data

Big Data

Big Data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้เป็นเทคโนโลยีนี้ช่วยในการวิเคราะห์จากข้อมูลขนาดใหญ่ที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน การเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อเองที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้มีจำนวนข้อมูลมหาศาล ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานที่สามารถดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ ช่วยให้ธุรกิจรู้จุดบกพร่อง และปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตลอดจนกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า 

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ Big Data ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถรู้แนวโน้มในตลาดและปรับกลยุทธ์ในการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดทำแผนการผลิตและการจัดการทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม

Cloud Computing

Cloud Computing

Cloud Connectivity (การเชื่อมต่อระบบคลาวด์) และ Cloud Computing (การประมวลผลบนระบบคลาวด์) ในบริบทของ Smart Industry จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงทรัพยากรระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับ IIoT (Industrial Internet of Things) ได้ตามต้องการอย่างง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว ทรัพยากรเหล่านี้รวมถึง ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT (IIoT data), เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (analytics) และระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ (process automations) ผ่านเครือข่ายไร้สายต่าง ๆ เช่น Wi-Fi หรือ 5G

Machine Learning

Machine Learning

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการนำข้อมูลในภาคการผลิตมาใช้ประโยชน์ โดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ขั้นสูง (advanced analytics) และความสามารถในการจัดการและผสมผสานชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่หลากหลาย ช่วยให้ใช้งานเปลี่ยนข้อมูลขนาดมหาศาลนี้ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์  เพื่อใช้ในการบริหารจัดการโรงงานและปรับปรุงกระบวนการผลิตต่อไป

บทสรุป Smart Industry

เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังปฏิวัติวิธีการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในและทุกภาคส่วน ดังนั้น ธุรกิจควรเริ่มวางแผนการปรับตัว และพร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ก้าวทันตลาดกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ  พร้อมมุ่งสู่ยุค Smart Industry อย่างเต็มรูปแบบ

ARES มุ่งมั่นช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายในการเป็น Smart Industry เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยโซลูชันซอฟต์แวร์ระบบ Argo ERP และระบบ MES ciMES ที่ทันสมัย บริการที่ครบวงจร จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ติดต่อเรา
คุณสามารถติดต่อเราเพื่อดู DEMO ได้ที่ Contact Us
หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง 
โทร 0633253640 หรือ 02-6863000 ต่อ 3042
Email: support@aresth.co.th