Automation พลังขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมการผลิตสู่อนาคต

 

Automation

ระบบ Automation มีบทบาทแค่ไหนในปัจจุบัน ทำไมผู้ประกอบการควรสนใจในเรื่องนี้

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันมีความท้าทายมากมายที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต้องเผชิญ ซึ่งหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากคือเทคโนโลยี ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสู่ยุค Digital transformation ซึ่งกลายเป็นกลยุทธ์หลักที่องค์กรต่าง ๆ นำมาใช้ยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงาน และทลายขีดจำกัดเดิม ๆ 

และนอกจากนี้ หนึ่งในเทคโนโลยีที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะได้เข้ามามีบทบาทมากมายในกระบวนการทำงานของธุรกิจนั่นคือ ระบบ Automation หรือ ระบบอัตโนมัติ และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงงานหรือคลังสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย และคาดเดาความต้องการของลูกค้า ตรวจสอบเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และป้องกันการฉ้อโกง และอีกมากมาย แล้วในส่วนของโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิตระบบ Automation จะมีบทบาทสำคัญอย่างไรบ้าง บทความนี้เราจะมาเจาะลึกตรงนี้กัน

ทำความเข้าใจ Automation คืออะไร

Automation คือ การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ในการดำเนินงานต่าง ๆ และลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนไปจนถึงไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานในงานนั้นๆ เลย

งานที่นิยมประยุกต์ใช้ระบบ Automation เข้ามาร่วมคืองานที่มีลักษณะต้องทำแบบเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องการความแม่นยำสูง เช่น ควบคุมการผลิตของเครื่องจักรในโรงงานและสรุปผลให้ผู้ใช้งาน ใช้แขนกลยกย้ายวัสดุขนาดใหญ่ ให้การบริการลูกค้า การตอบกลับข้อความอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบ Automation ช่วยลดข้อผิดพลาด Human Error เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดต้นทุนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ประเภทของระบบ Automation ที่ใช้ในโรงงาน

ประเภทของระบบAutomation1. Fixed Automation

Fixed Automation บางคนเรียกว่าระบบอัตโนมัติแบบกำหนดการใช้งานแบบคงที่หรือตายตัว เป็นระบบที่ใช้เครื่องจักรทำงานแบบเฉพาะเจาะจง ผลิตงานซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิม เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อทำงานที่กำหนดไว้โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับแต่งได้ง่าย ๆ เหมาะสำหรับการผลิตสินค้าจำนวนมากแบบแยกส่วน เช่น สายการผลิตอัตโนมัติในโรงงานผลิตรถยนต์ หรือสายการผลิตขวดน้ำดื่ม ซึ่งต้องทำงานตามรูปแบบเดียวกันซ้ำ ๆ จึงกลายเป็นข้อจำกัดหนึ่งของระบบ Fixed Automation ในเรื่องความยืดหยุ่น

2. Programmable Automation 

Programmable Automation หรือ ระบบอัตโนมัติแบบตั้งโปรแกรมได้ จุดเด่นคือเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงชุดคำสั่ง และกำหนดการตั้งค่าใหม่ได้เสมอ เหมาะสำหรับงานผลิตที่มีความหลากหลาย ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตบ่อย ๆ Programmable Automation จะเป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร ผ่านชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ 

3. Flexible Automation

Flexible Automation คือ รูปแบบของระบบอัตโนมัติที่มีความยืดหยุ่นสูงที่สุดในบรรดาระบบอัตโนมัติทั้งหมด สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการทำงานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อรองรับการผลิตสินค้าที่หลากหลายและมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง ระบบนี้ใช้คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ควบคุมการทำงาน  เปลี่ยนแปลงโปรแกรม และคำสั่ง ได้ง่ายดาย ผ่านรหัส โรงงานผลิตใดที่มีการเปลี่ยนแปลงการผลิตบ่อย ๆ ไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง ประหยัดเวลาและลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต

4. Integrated Automation

Integrated Automation คือ ระบบอัตโนมัติที่รวมเอาเทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ มาทำงานร่วมกันในโรงงานหรือสายการผลิต โดยมีการเชื่อมต่อและประสานงานระหว่างเครื่องจักร, อุปกรณ์, ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผ่านเครือข่ายและซอฟต์แวร์ ระบบเหล่านี้จะแลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจร่วมกัน เพื่อควบคุมประสานงานและปรับกระบวนการผลิตโดยรวม ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสานงานกันอย่างราบรื่น ระบบนี้จำเป็นต้องมีผู้ที่ควบคุม ดูแลตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างระบบที่ใช้ใน Integrated Automation เช่น Computer-aided process planning (CAPP), Flexible machine systems (FMS), Computer numerical control (CNC) และอีกมากมาย

และนี่คือ 5 ตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ควรนำ Automation มาปรับใช้ในการทำงาน

  • อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงที่สุดในโลก เนื้องานหลาย ๆ อย่างในอุตสาหกรรม เช่น การกลิ้ง การขึ้นรูป หรือการเชื่อม ระบบ Automation สามารถช่วยปรับปรุงความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงการขนย้ายวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุอีกด้วย

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ Automation ช่วยงานได้อย่างมาก เช่น การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบแผงวงจรต่าง ๆ ทำให้ชิ้นงานที่ได้มีความละเอียดและแม่นยำสูง ลดข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ได้ดี

  • อุตสาหกรรมพลาสติก การใช้เครื่องจักรอัตโนมัติในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ต้องการความละเอียดสูงและการผลิตจำนวนมาก และระบบ Automation สามารถ QC สินค้าได้อย่างแม่นยำ เช่น การตรวจสอบความหนา ความแข็งแรง และคุณภาพของชิ้นส่วนพลาสติก

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบ Automation สามารถทำงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงการพ่นสีและการเคลือบผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงการเกิดอันตรายต่าง ๆ ต่อพนักงานที่มาจากกระบวนการผลิต

  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ระบบอัตโนมัติสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับงานต่าง ๆ เช่น การบรรจุภัณฑ์ การติดฉลาก และการควบคุมคุณภาพ สามารถรักษามาตรฐานความสะอาดสูงสุด มั่นใจในความถูกต้องของการบรรจุภัณฑ์ และลดของเสีย ซึ่งนำไปสู่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในการผลิตอาหาร

ประโยชน์ของระบบ Automation ต่องานผลิต

ประโยชน์ของAutomation

  • ประหยัดเวลาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน: Automation ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในงานที่ทำซ้ำ ๆ และเพิ่มความเร็วในการทำงาน ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น

  • ทดแทนแรงงานในงานที่เป็นอันตราย: ระบบ Automation ช่วยทดแทนแรงงานในงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดจาก Human error ในการทำงาน เช่น อุตสาหกรรมกระจก

  • ลดต้นทุนระยะยาว: จริงอยู่ว่า Automation นั้นมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ค่อนข้างสูงในช่วงแรก แต่ในระยะยาวแล้ว Automation ช่วยลดต้นทุนได้หลายด้าน เนื่องจากความแม่นยำในการผลิตที่สูงขึ้น สามารถคำนวนจุดคุ้มทุนก่อนลงทุนได้

  • ประหยัดพลังงาน: Automation ระบบอัตโนมัติมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้สอดคล้องกับหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่มุ่งเน้นไปที่การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล

บทบาทและความสำคัญของ Automation สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต

  • ระบบหลังการขายที่ครบครัน เมื่อลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ เช่น มีข้อสอบถามเรื่องผลิตภัณฑ์หรือการรับประกัน ระบบ Automation สามารถให้ข้อมูลและแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าพบเจอได้อย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในระบบ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองทันที หรือหากพนักงานต้องคุยกับลูกค้าผ่านช่องทาง Live chat หรือ Chatbot ก็สามารถหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในระบบเช่นกัน

  • พัฒนาทักษะใหม่ให้กับพนักงาน การนำเทคโนโลยี Automation เข้ามาใช้ในองค์กรยุคใหม่ยังช่วยเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับพนักงานอีกด้วย ซึ่งส่งผลดีสองต่อคือพนักงานเรียนรู้การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและมีทักษะในการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ ต่อที่สองคือองค์กรเองก็จะมีกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพจากการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของพนักงาน

  • ส่งเสริมแคมเปญทางการตลาด นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลจากระบบ Automation ดำเนินกิจกรรมการตลาดได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น การตั้งแคมเปญ การแบ่งกลุ่มลูกค้า การติดตามพฤติกรรมลูกค้า นอกจากนี้ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อสร้างรายงานและสามารถวิเคราะห์ต่อเพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมต่อ ๆ ไปในอนาคตได้อีกด้วย

  • ก้าวหน้าเหนือคู่แข่งและภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัย เทคโนโลยีช่วยลดงานซ้ำซ้อน งานที่ใช้เวลานาน และงานที่เสี่ยงต่ออันตราย ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมขององค์กร และองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แสดงถึงการเป็นองค์กรสมัยใหม่มุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอีกด้วย

ความสำคัญของAutomation

สรุปความสำคัญของ Automation ในอุตสาหกรรมการผลิต

แม้ว่าการลงทุนในระบบ Automation จะมีค่าใช้จ่ายระยะเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้ามองในระยะยาวถือว่าเป็นการจ่ายที่คุ้มค่า Automation ไม่ได้แทนที่แรงงานมนุษย์ แต่ช่วยให้แรงงานสามารถทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น ความแม่นยำในการวิเคราะห์ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การควบคุมและการบำรุงรักษาระบบ ทำให้การผลิตมีความเสถียรและคุณภาพสูงขึ้น ลดและป้องกันปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตและเพิ่มกำลังการผลิตต่อวันไปพร้อมกัน ๆ 

ระบบ ciMES จาก Ares เป็นอีกหนึ่งระบบที่สามารถทำงานร่วมกับ Automation ได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายด้าน โดยการบูรณาการข้อมูลช่วยให้มีการมองเห็นและควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดในแบบเรียลไทม์ ยิ่งในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ยิ่งต้องอาศัยระบบควบคุมอัตโนมัติอัจฉริยะ การทำงานร่วมกันระหว่าง ciMES และ Automation จะช่วยเข้ามาปิดช่องโหว่การทำงานได้ ต้องการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างละเอียด? ทีมงานของเราพร้อมให้บริการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน เพื่อวางแผนการลงทุนของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

บทความนี้ตรวจสอบโดย คุณ ธีรชัย รัตถิกุล (Theerachai Ruttikul) MES Consultant Ares Thailand

ติดต่อเรา Ares

ติดต่อเรา
คุณสามารถติดต่อเราเพื่อดู DEMO ได้ที่ Contact Us

หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง 
โทร 0633253640 หรือ 02-6863000 ต่อ 3042
Email: support@aresth.co.th